รีวิวปี 2 เทอม 1 ไอทีลาดกระบัง

ผ่านพ้นกันมา 1 ปีจากคณะไอทีลาดกระบังได้แล้วจากมรสุมปาบึก เอ้ย การเรียนและกิจกรรมมากมาย ขึ้นปี 2 แล้ว คราวนี้ยังต้องเจอกับ (หายนะ) อะไรอีกบ้าง ? เรียนหนักแค่ไหน โปรเจคล่ะ แต่ละวิชาเป็นไงมาดูกัน !

WEB TECHNOLOGY (0601631) 

ตามชื่อเลย เป็นวิชาว่าด้วย Web ล้วน ๆ ไม่มีภาษา C ผสม ใน Class ก็จะมีสอน Lecture 2 ชั่วโมง (ที่ไม่ทันจะหมดคาบก็ปล่อยแล้ว เย้!) และ Lab 3 ชั่วโมงที่ไม่ค่อยพอกับการส่งงาน มาว่าในเรื่องของ Lecture ก่อน อาจารย์ (Manop Phankokkruad) จะสอนพื้นฐานเว็บจนหมดเลย ซึ่งสไลด์ใน e-learning เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แน่นอนว่าทฤษฎีออกสอบ 50% จำไม่หมดจดดีกว่าจำ เพราะตอนสอบเราจดเข้าไปได้ 1 แผ่น ขอแนะนำว่าจด code หน้านึง ทฤษฎีหน้านึงดีสุด หลังเรียน Lecture เสร็จ วันถัดมาก็ต่อกันที่ Lab ที่อาจารย์จะเปิด Server ให้ทำ lab กับ 3 ชั่วโมงเต็ม (แค่สอนหน้าห้องก็เกือบชั่วโมงแล้ว) เพราะฉะนั้นจะเหลือเวลา 2 ชั่วโมงในการทำส่ง จบ Class เมื่อไหร่ อาจารย์ปิดเซิฟเวอร์ ส่งไม่ทัน อดได้คะแนนนะ ซึ่งส่วนนี้เป็นคะแนนฟรี ๆ พยายามตั้งใจเรียน เพราะข้อสอบมิดเทอมและไฟนอลก็เอามาจาก Lab นี่แหละ (ถ้าถามว่า lab เรียนอะไรบ้าง ก็ front-end เกือบทั้งหมด html css responsive และมีก็ php กับ js นิดหน่อย เป็นแบบฉบับ basic ถ้าผ่าน ITF กับ Multi มาแล้ว ก็ชิวมาก สำหรับวิชานี้)

ในส่วนของโปรเจค อาจารย์ให้จับกลุ่ม 3 คน ทำเว็บไซต์ที่มีสาระความรู้ ซึ่งกลุ่มผมก็เลือกทำ Graphico รวมเนื้อหาเทคนิคการทำกราฟฟิค และนี่คือยอด commit โปรเจค

136 commits” ยังถือว่าน้อยเพราะ commit ไร้สาระเยอะ ฮา ๆ ด้วยความที่ต้องแบ่งเวลาไปปั่นโปรเจค OOP ด้วยแล้ว พวกผมเลยตัดสินใจไม่ทำระบบ back-end และไม่ทำ Responsive เพราะใช้เวลาเยอะ และอาจารย์ก็ไม่ได้ต้องการในส่วนนี้ด้วย ส่วนเวลาในการทำน่าจะประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนใครสนใจอยากเข้าไปดูโปรเจคสามารถเข้าไปดูผ่านลิงค์นี้เลย https://jacktnp.github.io/webtech/

DATA STRUCTURES AND ALGORITHMS (06016316)

เริ่มต้นด้วยวิชาที่เรียนง่าย สายชิลกับ Data Structures โดยอาจารย์ขิม ในรายวิชานี้จะมีแค่ทฤษฎี (Lecture) ไม่มีโปรเจค เรียน class ละ 3 ชั่วโมง แต่อาจารย์สอนแค่ 1-2 ชั่วโมง ที่เหลือเป็นช่วงทำการบ้านส่ง สำหรับวิชานี้ “ต้องเข้า” ทุกคลาส เนื้อหาไม่ยาก แต่ถ้าไม่เรียนก็จะไม่เข้าใจ ในวิชานี้ต้องตั้งใจเรียนมากๆ เพราะตอนสอบก็จะเป็นเนื้อหาในห้องเรียน แต่มีการประยุกต์ที่มากกว่า สัดส่วนคะแนนสอบ 80-85% เลยต้องพยายามทำในห้องสอบให้ได้

OBJECT-ORIENTED PROGRAMMING (06016317)

สำหรับคณะไอทีของเรา ต้องเจอ Programming อยู่แล้วแน่ๆ วิชานี้เป็นภาษาที่ 3 ที่จะได้เจอคือ Java ในวิชานี้จะเน้นการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ เช่น การทำระบบธนาคาร, การทำ GUI ใช้หาเมืองหลวงของประเทศที่เลือก ซึ่งวิชานี้จะมี Lecture 2 ชั่วโมง และ Lab 3 ชั่วโมง ใน Lab ก็จะมีคะแนนเก็บให้ทำในแต่ละสัปดาห์ ถ้ามีเวลาทำการบ้านมาจากที่บ้านหรือหอ แล้วนำมาส่งใน Lab ก็จะดีมาก เพราะใน Lab ทำไม่ทัน นอกจากนี้การสอบ OOP สามารถนำอะไรก็ได้เข้าไปที่ไม่ใช่ electronic จะเอาหนังสือเล่มหนา ๆ เข้าไป 10 เล่มก็ไม่ว่า หรือจดโค้ดไปก็ได้ ถ้าเอาไปใช้ได้จริง และสุดท้ายคือโปรเจค อาจารย์จะให้จับกลุ่ม 3 คนนำเสนอโปรเจคอะไรก็ได้ที่ใช้ OOP ซึ่งกลุ่มผมก็ทำเกม (ITStory) ขึ้นมา ซึ่งในเกมก็จะมีการวิ่งไปเรื่อยๆ เราต้องเก็บ score และการตอบคำถาม จะทำให้เราได้คะแนนหากตอบถูกและเสียคะแนนหากตอบผิด

MANAGEMENT INFORMATION SYSTEMS (06016305)

วิชา MIS เป็นวิชาแนวท่องจำก็ว่าได้ เพราะเนื้อหาเยอะม๊ากกกก วิชานี้จะเน้นสอนการบริหารองค์กรในรูปแบบต่างๆ และอีกมากมาย วิชานี้จะมี Case study ให้ทำเกือบทุกสัปดาห์ โดยจับกลุ่มทำ presentation หรือ report ส่งอาจารย์เป็นคะแนนเก็บ มีโครงงานให้สัมภาษณ์นอกพื้นที่ (กลุ่มผมก็ไปสัมภาษณ์ ธนาคารออมสิน) และนำมาทำ presentation และ report มาส่งก่อนจบ class ส่วนการสอบก็อย่างที่บอกไปครับ “ท่องจำ” ทำความเข้าใจและจำมันให้ได้ แต่ก็ไม่ได้มหาโหดเหมือน General Business เพราะไม่มี part คำนวณ ลืมบอกไปว่าวิชานี้มีเฉพาะ Lecture เท่านั้นนะ

DEVELOPMENT OF READING AND WRITING SKILLS IN ENGLISH (90201012)

วิชานี้ไม่รู้จะพูดยังไงดี ในหลักสูตรตอนแรกมันอยู่ในปี 1 เทอม 2 เรียนคู่กับ FE2 แต่เนื่องจากวิชานี้ต้องจบ FE2 ก่อนจึงจะลงได้ ทำให้มีการสับเปลี่ยนมาไว้ในเทอมนี้แทน เนื้อหาก็ตามชื่อ เน้น Writing นั่นแหละ มีสอบย่อย 2 ครั้ง เป็นการเขียน Writing ตามที่อาจารย์กำหนดหัวข้อไว้ นอกนั้นก็สอบทั้งหมด 90 คะแนนเหมือน FE

INTRODUCTION TO COMPUTER NETWORKS (06016313)

ปิดท้ายด้วยวิชาที่ไม่ชอบสุด ๆ เพราะได้เกรดแย่ 55555 เริ่มต้นก็จะคล้าย ITF หน่อย ๆ ครับ แต่จะมี Level ที่ยากขึ้นมาก เอาเป็นว่าใครที่เรียนแล้วรู้สึกสนุกไปกับมันแนะนำสาย Network ครับ ไม่พูดเยอะ เพราะไม่ได้ตั้งใจเรียน ไม่รู้จะพูดอะไรดี 5555555

ปิดท้ายของจริงด้วยการเลือกแขนงครับ หลักสูตรใหม่เราจะมีให้เลือกแขนงในตอนปี 2 เทอม 1 (ช่วงไฟนอล) และเริ่มเข้าแขนงตอนเทอม 2 เลย ซึ่งแขนงก็มี 3 แขนงตามหลักสูตรใหม่คือ

  1. Software Engineer (SE) เรียนแนวการทำ report เขียนแอพ เว็บ โปรแกรมต่าง ๆ
  2. Network (NW) เรียนเกี่ยวกับ Network ทั้งหมด ที่คณะมี Server ให้ได้จับจริง ๆ ด้วยนะ
  3. Multimedia (Multi) แขนงที่เรียนการเขียนเกม ในแขนงก็จะได้เจอทุกรูปแบบเกี่ยวกับมัลติ ทั้ง Design 3D Model, AR/VR, สร้างเกม, ทำ Animation บลาๆ

จะเข้าอันไหนรีบหาตัวเองให้เจอนะ 🙂

Latest Posts

แกะกล่อง Fujifilm Instax mini 9

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเจ้าสิ่งนี้คือโพลาลอยด์ แต่จริง ๆ มันไม่ใช่เว้ยย โพลาลอยด์จริง ๆ มันคือชื่อยี่ห้อกล้อง (ด้านล่างนี่แหละ) แต่เหมือนคนส่วนใหญ่จะติดหู จนเรียกกล้องประเภทนี้ว่ากล้องโพลาลอยด์ ซึ่งผมก็เป็นเหมือนกัน ฮา แล้วจริง ๆ มันคืออะไร ? ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่แบบเคยลองหาข้อมูลมา ร้านดัง ๆ ก็ตั้งชื่อ Category ของกล้อง

รีวิวแขนง SE ของคนเรียนเกือบจะครบ 1 ปี @ITKMITL

เอาล่ะ ก่อนจะพูดถึงแขนง SE เนี่ย ขอย้อนความกลับไปก่อน ว่าคณะไอทีลาดกระบังของเรา ในส่วนของหลักสูตรไอที จะได้เข้าแขนงกันตอนปี 2 เทอม 2 ดังนั้น เราจึงต้องหาว่าเราเนี่ย จริง ๆ ถนัดด้านไหน สนใจอะไร หรือจบไปทำงานอะไร จึงแยกออกมาได้ 3 แขนง คือ Multimedia , Network

บทเรียนจาก WebPro (1) – Django

เริ่มต้นก็ต้องกล่าวสวัสดีอีกครั้ง หลังจากหายมาเดือนกว่า ๆ ในปี 2 เทอม 2 คณะไอทีลาดกระบัง แขนง SE เราก็จะได้เจอกับวิชา Web Programming ซึ่งเป็นวิชาที่เราจะได้เจอกับการทำเว็บสุดแสนสนุกเป็นตัวที่ 4 แล้วเรียนไป ได้อะไรติดมือมาบ้าง ? ในบทเรียนเราจะได้เจอกับ 2 Framework ที่แนะนำนั่นก็คือ Vue.js (Frontend) และ

ITCAMP 15 จะพาไปท่องโลกเวทมนตร์

กลับมาอีกครั้งกับ ITCamp15:Magic Academy ที่จัดโดยพี่ ๆ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งในปีนี้ก็มาพบกับความสนุก พร้อมให้น้อง ๆ เหล่าพ่อมดแม่มดฝึกหัด มาร่วมกันค้นหาความฝันกันอีกเช่นเคย